glasses บทความ แว่นตา แว่นกันแดด แฟชั่น
เว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับแว่นตาและบทความสาระน่ารู้อื่นๆ
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553
แว่นกันแดดถนอมดวงตา
แว่นกันแดดถนอมดวงตา
แสงแดดถึงจะมีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์โดยเฉพาะกับดวงตา ซึ่งมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “แว่นกันแดด”
แว่นกันแดดที่ดีจะต้องเป็นแว่นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตไม่ให้ผ่านเข้ามากระทบดวงตา ซึ่งในแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังพื้นโลก มีทั้งแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า และแสงคลื่นสั้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่เรียกกันว่าแสงอุลตราไวโอเลต หรือที่เรียกันว่าคลื่นแสงยูวีซึ่งมีความยาวคลื่นต่ำกว่า 400 nm แบ่งได้เป็นแสงยูวีเอ แสงยูวีบี และ แสงยูวีซี แต่มีเพียงแสงยูวีเอและแสงยูวีบีเท่านั้นที่สามารถผ่านมายังผิวโลก ซึ่งมีอันตรายต่อมนุษย์มาก เช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ต้อเนื้อ ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ฯลฯ
แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานจึงต้องสามารถป้องกันรังสียูวีเอได้อย่างน้อยร้อยละ 80 หรือยอมให้แสงยูวีผ่านเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการตรวจวัด
โดยปกติแว่นกันแดดทั่วไปสามารถป้องกันรังสียูวีได้เล็กน้อย เช่น
เลนส์พลาสติกซึ่งป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์แก้ว
เลนส์ที่ระบุว่าสามารถป้องกันยูวีได้ น่าจะป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์ที่ไม่การระบุไว้
แว่นกันแดดที่เป็น Polarized Lens เป็นเลนส์ที่ตัดแสงจ้าได้ดี ทำให้ผู้ใช้สบายตา แต่ก็สามารถกรองแสงยูวีได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในการเลือกแว่นกันแดดครั้งต่อไป อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อ และอย่าลืมว่า ... แว่นกันแดดที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป
ที่มา : รายการพบหมอศิริราช
แสงแดดถึงจะมีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์โดยเฉพาะกับดวงตา ซึ่งมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “แว่นกันแดด”
แว่นกันแดดที่ดีจะต้องเป็นแว่นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตไม่ให้ผ่านเข้ามากระทบดวงตา ซึ่งในแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังพื้นโลก มีทั้งแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า และแสงคลื่นสั้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่เรียกกันว่าแสงอุลตราไวโอเลต หรือที่เรียกันว่าคลื่นแสงยูวีซึ่งมีความยาวคลื่นต่ำกว่า 400 nm แบ่งได้เป็นแสงยูวีเอ แสงยูวีบี และ แสงยูวีซี แต่มีเพียงแสงยูวีเอและแสงยูวีบีเท่านั้นที่สามารถผ่านมายังผิวโลก ซึ่งมีอันตรายต่อมนุษย์มาก เช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ต้อเนื้อ ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ฯลฯ
แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานจึงต้องสามารถป้องกันรังสียูวีเอได้อย่างน้อยร้อยละ 80 หรือยอมให้แสงยูวีผ่านเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการตรวจวัด
โดยปกติแว่นกันแดดทั่วไปสามารถป้องกันรังสียูวีได้เล็กน้อย เช่น
เลนส์พลาสติกซึ่งป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์แก้ว
เลนส์ที่ระบุว่าสามารถป้องกันยูวีได้ น่าจะป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์ที่ไม่การระบุไว้
แว่นกันแดดที่เป็น Polarized Lens เป็นเลนส์ที่ตัดแสงจ้าได้ดี ทำให้ผู้ใช้สบายตา แต่ก็สามารถกรองแสงยูวีได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในการเลือกแว่นกันแดดครั้งต่อไป อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อ และอย่าลืมว่า ... แว่นกันแดดที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป
ที่มา : รายการพบหมอศิริราช
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วิธีทำความสะอาดแว่นตา

วิธีทำความสะอาดแว่นตา
การทำความสะอาดแว่นตา นอกจากจะทำให้กระจกแว่นตาดูใส มองเห็นอะไรชัดเจนไม่มีฝุ่นเกาะแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกที่ดีแก่ผู้สวมใส่ด้วย การทำความสะอาดแว่นตาสามารถทำได้หลายวิธี
แต่วิธีที่ผมจะแนะนำคือ
ให้ใช้แป้งฝุ่นโรยไปที่เลนส์ของแว่นตา จากนั้นใช้ผ้านุ่มเช็ด ส่วนการทำความสะอาดกรอบแว่นนั้นให้ใช้น้ำอุ่น 1 ขัน ผสมกับเมทิลแอลกอฮอล์ 1 ช้อนโต๊ะให้เจือจาง นำสำลีมาพันปลายไม้จิ้มฟัน จากนั้นชุบน้ำอุ่นที่ผสมไว้แล้วนำไปเช็ดทุกซอกทุกมุมของแว่นตาให้ทั่ว
หากแว่นตาขุ่นมัว ขณะกำลังทำอาหาร โดยมีสาเหตุมาจากควันอาหาร ควันไฟหรือควันไอน้ำ ให้ล้างแว่นตาด้วยน้ำผสมสบู่ หรือน้ำยาล้างจานแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นใช้ผ้าซามัวร์หรือผ้าสักหลาดเช็ดให้แห้ง ส่วนแว่นตาที่มีไอน้ำจับขณะที่อากาศหนาวหรือเย็นจัดนั้นให้ใช้น้ำสบู่ล้างสัปดาห์ละครั้ง
ถ้าอยากมีแว่นตาที่สะอาดน่าใส่ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้ ไม่เชื่อ ก็ ลองกันดูเลยครับ
ข้อมูลจาก glasses.thport
ที่มา เดลินิวส์
วิธีเลือกแว่นตากันแดดที่ดี
การเลือกซื้อแว่นกันแดด จึงควรดูที่ฉลาก CE ที่กำกับแว่นว่าสามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้หรือไม่ เพราะรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตทั้งสองชนิดนี้ต่างก็ทำลายนัยน์ตา UVB นั้นจะดูดซึมที่แก้วตา แต่ถ้ารับแสงจ้านานเกินควร อาจจะทะลุไปที่จอรับภาพได้ ส่วน UVA จะดูดซึมเข้าไปได้ลึกกว่า ดังนั้นการเลือกแว่นกันแดดคุณภาพดี จึงเปรียบเสมือนทาครีมกันแดดชั้นดี ให้แก่ดวงตา
รูปทรงของแว่น
แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่ทรงโค้งมน จะปกปิดดวงตาได้ดีทีเดียว แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวแต่ไม่โค้งมนจะทำให้ดวงตาสัมผัสต่อแสงมากเป็น 3 เท่าของแว่นทรงโค้งมนเลยทีเดียว นอกจากนี้แว่นกันแดดทรงโค้งมนจะไม่ตกหล่นง่ายเวลาใส่อีกด้วย
สีของเลนส์
แว่นกันแดดสำหรับกีฬาส่วนใหญ่จะป้องกันรังส CVB ได้ 99 % และป้องกันรังสี UVAได้ 60 % แต่ก็อย่าเพิ่งแน่ใจ ควรจะตรวจสอบจากฉลากอีกทีหนึ่ง สำหรับสีของเลนส์นั้น สีเลนส์ที่ดีและเหมาะที่จะใช้คือสีเทา-ดำ และเขียว-ดำ หากอยู่บริเวณชายหาด สีเลนส์ที่เหมาะจะใช้คือสีชา-น้ำตาล หรือเทา ส่วนเลนส์สีเหลืองไม่เหมาะจะใส่เวลาขับรถ เพราะมันจะทำให้เห็นสีไฟจราจรไม่ชัดเจนระหว่างไฟแดง และไฟเขียวได้
ความพอดีของเลนส์กับขอบแว่น
เมื่อเลือกแบบแว่นกันแดดได้แล้ว ก็ควรจะดูว่าขอบของเลนส์ฟิตพอดีกับแว่นหรือไม่ โดยการลองใส่แล้วเดินไป-มาขึ้น-ลงบันได ให้แน่ใจว่ามันจะไม่เลื่อนหลุดออกมาจากตัวแว่นจริง ๆ หรือจะใช้วิธีจับแว่นตาไว้ แล้วดูในแนวตั้งและแนวนอนว่าขอบเลนส์ออกมานอกกรอบแว่นหรือไม่
ที่มา glasses.thport.com
ใส่แว่น ก็แต่งหน้าสวยได้

สาว ๆ จำนวนไม่น้อยค่ะ มีปัญหาในเรื่องสายตา บ้างก็สายตาสั้น บ้างก็สายตายาว แต่ก็ไม่สะดวกที่จะใช้คอนแทคเลนซ์ หรือยังไม่อยากเสี่ยงกับการทำเลซิค แต่ก็อยากจะแต่งหน้า แต่งดวงตาหลังแว่นตาให้สวย โดดเด่น ไม่แพ้สาวอื่น ๆ ใช่ไหมคะ เรื่องนี้ เราแก้ไขปัญหาให้ได้
เริ่มกันที่สาวสายตาสั้นก่อนนะคะ เลนส์ของแว่นตาที่คุณสวมใส่ จะทำให้มองดูแล้วเหมือนกับว่าตาของคุณเล็กกว่าปกติ กรณีนี้ คุณควรจะปัดมาสคาร่า แต่งขนตาให้หนาขึ้น เพื่อจะได้ดูว่าดวงตามีขนาดปกติ ถ้าต้องการใช้ อายแชโดว์ ก็ให้เลือกสีสันสดใสแต่ควรผสมสีให้เข้ากันเสียก่อน การเขียนเส้นขอบตา หรืออายไลเนอร์ ที่เปลือกตาบน ก็จะช่วยให้ดูดวงตาโตและสดใสขึ้น
สำหรับสาวที่มีปัญหาสายตายาว เวลาสวมแว่นแล้ว จะทำให้มองเห็นว่าดวงตาของคุณโตกว่าปกติ เพราะเลนส์ของแว่นไปขยายดวงตา ถ้าแต่งหน้าไม่เรียบร้อย จะเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ปัดมาสคาร่าแล้วมีเศษผงติด ก็จะเห็นได้ชัดขึ้นดังนั้น เวลาแต่ง ควรจะเลือกสีอายแชโดว์อ่อน และทาให้สม่ำเสมอ อย่างทิ้งให้เห็นเศษฝุ่น เศษก้อนให้เห็น
ก็แค่นี้แหละค่ะ แค่นึกไว้ว่า ตาเราถูกย่อให้เล็ก ก็เน้นให้คม แต่ถ้าถูกขยายใหญ่แล้ว ก็ไม่ควรจะเน้น เพราะจะทำให้ตาดุเกินไปค่ะ เห็นไหม ไม่ว่าแว่นจะบางจะหนาแค่ไหนก็สวยได้ อ้อแล้วอย่าลืมเลือกกรอบให้เก๋ไก๋รับกับใบหน้าและการแต่งกาย
ที่มาจาก healthcorners.com
แว่นตากันหลับใน
สจล. เปิดตัว แว่นตากันหลับใน เตือนคนขับรถ ช่วยลดอุบัติเหตุ การสูญเสีย
เอาไปโชว์ในงาน ก้าวสู่ 50 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง ผลงานวิจัยของอาจารย์-นักศึกษา และนักวิจัยของสถาบัน ฟุ้งเป็นนวัตกรรมสิ่งประ ดิษฐ์ที่แปลกใหม่โดดเด่นใช้งานได้จริง
แว่นตากันหลับใน เปิดเผยว่า แว่นตาที่พัฒนาขึ้นถูกออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป เพียงแต่ที่ขาแว่นทั้งสองข้างจะมีการติดเซ็นเซอร์และตัวไมโครคอนโทรล เลอร์ขนาดเล็ก เพื่อรับแสงจากแหล่งกำเนิดอินฟราเรด หรือการใช้อะเรย์แนวดิ่งรับภาพจากแสงภายนอกที่สะท้อนบริเวณเปลือกตาและดวงตาตลอดเวลา โดยหลักการทำงานจะเป็นการตรวจจับการกะพริบและหลับตา ซึ่งในภาวะปกติคนเราจะกะพริบตาประมาณ 16 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อเกิดการเมื่อยล้าเริ่มรู้สึกง่วงนอนจะกะพริบตาเพิ่มมากกว่าปกติ หรือหากหลับตาเกิน 4 วินาที เซ็นเซอร์ก็จะตรวจจับแล้วส่งสัญญาณคลื่นวิทยุแบบ ไร้สายไปที่เครื่องรับที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัยรถยนต์ให้เสียงแตรดังขึ้น เพื่อเตือนให้ผู้ ขับขี่และผู้โดยสารรู้ตัวว่าผู้ขับขี่เริ่มมีอาการหลับใน จะได้จอดพักชั่วคราวไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียจากการฝืนขับรถต่อไป นอกจากนี้ เสียงแตรที่ดังยังสามารถเตือน ไปยังผู้ขับขี่รถคันอื่นให้ระมัดระวังมากขึ้นด้วย
ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาในการพัฒนาต่อเนื่องนานเกือบ 4 ปี มีต้นทุนต่อชิ้นประมาณ 600 บาท อย่างไรก็ดี แว่นตากันหลับในนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้เพียง 30-45 นาทีเท่านั้น เนื่องจากการส่งสัญญาณแบบไร้สายใช้พลังงานมาก จึงเตรียมพัฒนาให้ใช้งานได้นานขึ้น โดยอาจนำหลักการแบบเดียวกับรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์มาประยุกต์ ซึ่งจะใช้พลังงานไม่มาก นอกจากนี้ ยังต้อง ออกแบบให้มีลักษณะที่สวยงามกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบามากขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อได้ผลงานต้นแบบและนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์แล้ว จะทำให้มีต้นทุนต่ำกว่า 500 บาทต่อชิ้น
ที่มา glasses.thport.com
เอาไปโชว์ในงาน ก้าวสู่ 50 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง ผลงานวิจัยของอาจารย์-นักศึกษา และนักวิจัยของสถาบัน ฟุ้งเป็นนวัตกรรมสิ่งประ ดิษฐ์ที่แปลกใหม่โดดเด่นใช้งานได้จริง
แว่นตากันหลับใน เปิดเผยว่า แว่นตาที่พัฒนาขึ้นถูกออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป เพียงแต่ที่ขาแว่นทั้งสองข้างจะมีการติดเซ็นเซอร์และตัวไมโครคอนโทรล เลอร์ขนาดเล็ก เพื่อรับแสงจากแหล่งกำเนิดอินฟราเรด หรือการใช้อะเรย์แนวดิ่งรับภาพจากแสงภายนอกที่สะท้อนบริเวณเปลือกตาและดวงตาตลอดเวลา โดยหลักการทำงานจะเป็นการตรวจจับการกะพริบและหลับตา ซึ่งในภาวะปกติคนเราจะกะพริบตาประมาณ 16 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อเกิดการเมื่อยล้าเริ่มรู้สึกง่วงนอนจะกะพริบตาเพิ่มมากกว่าปกติ หรือหากหลับตาเกิน 4 วินาที เซ็นเซอร์ก็จะตรวจจับแล้วส่งสัญญาณคลื่นวิทยุแบบ ไร้สายไปที่เครื่องรับที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัยรถยนต์ให้เสียงแตรดังขึ้น เพื่อเตือนให้ผู้ ขับขี่และผู้โดยสารรู้ตัวว่าผู้ขับขี่เริ่มมีอาการหลับใน จะได้จอดพักชั่วคราวไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียจากการฝืนขับรถต่อไป นอกจากนี้ เสียงแตรที่ดังยังสามารถเตือน ไปยังผู้ขับขี่รถคันอื่นให้ระมัดระวังมากขึ้นด้วย
ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาในการพัฒนาต่อเนื่องนานเกือบ 4 ปี มีต้นทุนต่อชิ้นประมาณ 600 บาท อย่างไรก็ดี แว่นตากันหลับในนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้เพียง 30-45 นาทีเท่านั้น เนื่องจากการส่งสัญญาณแบบไร้สายใช้พลังงานมาก จึงเตรียมพัฒนาให้ใช้งานได้นานขึ้น โดยอาจนำหลักการแบบเดียวกับรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์มาประยุกต์ ซึ่งจะใช้พลังงานไม่มาก นอกจากนี้ ยังต้อง ออกแบบให้มีลักษณะที่สวยงามกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบามากขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อได้ผลงานต้นแบบและนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์แล้ว จะทำให้มีต้นทุนต่ำกว่า 500 บาทต่อชิ้น
ที่มา glasses.thport.com
วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)